เที่ยวนางาซากิ รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น นางาซากิประวัติ เป็นอย่างไร?

เที่ยวนางาซากิ รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น นางาซากิเป็นเมืองเอกของจังหวัดนางาซากิ บนที่ตั้งเกาะคิวชูโดยเริ่มแรกนั้น นางาซากิถูกก่อตั้งโดยชาวโปตุเกสช่วงศตวรรษที่ 16 ซึ่งในช่วงเวลานั้นยังเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ หลังจากที่ชาวโปตุเกสเข้ามาตั้งรกราก ทำให้เมืองแห่งนี้เป็นศูนย์กลาง ของชาวตะวันตกที่เข้ามาติดต่อการค้ากับญี่ปุ่น จึงทำให้เป็นที่ตั้งแรกของศาสนาคริสต์อีกด้วย ซึ่งมีโบส์ถจำนวนมากตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ถึง 19 ศาสนสถานต่างๆ

ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก เพราะด้วยความเก่าแก่และสไตล์การก่อสร้าง ไม่เหมือนโบสถ์คริสต์ทั่วไปนั้นเอง จึงทำให้ช่วงเวลานั้นเองที่เป็นช่วงสงครามกลางเมือง เกิดการต่อสู้กันระหว่างศาสนารวมถึง การขับไล่ชาวตะวันตกของคนญี่ปุ่น

ทำให้ญี่ปุ่นเองในช่วงหลังศตวรรษที่ 16 มา ได้ทำการปิดประเทศเป็นเวลากว่า 200 ปีเลยทีเดียว เพื่อป้องกันวัฒนธรรมชาวตะวันตก ที่จะเข้ามาสร้างความวุ่นวายในประเทศนั้นเอง จนกระทั่งช่วงปฎิวัติเมจิ ประเทศเริ่มเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม

เมืองแห่งนี้จากเดิมทีเป็นหมู่บ้านชาวประมง ได้กลายมาเป็นท่าเรือขนาดใหญ่ ที่สร้างกองทัพเรือให้กับจักรวรรดิญี่ปุ่น ซึ่งเอาไว้ใช้ในสงครามที่สามารถยึดดินแดนต่างๆ ทั่วทั้งเอเชียได้นั้นเอง จึงทำให้เมืองแห่งนี้ตกเป็นเป้าหมาย ของ การทิ้งระเบิดอยู่บ่อยๆ

เพราะเป็นฐานทัพเรือขนาดใหญ่นั้นเอง จนกระทั่งการทิ้งระเบิดปรมาณูถึง 2 ลูกใส่ญี่ปุ่น โดยหนึ่งในสองลูกนั้นได้ตกใส่ยังเมืองแห่งนี้ ที่เป็นฐานการผลิตเรือรบนั้นเอง โดยระเบิดมีชื่อว่า Fat Boy ได้ทำลายเมืองแห่งนี้หายไปในทันที

จนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากและผู้ได้รับผลกระทบจากรังสี ของระเบิดที่ทำให้สภาพร่างกายผิดปกติ หลังจากที่ผ่านช่วงเวลาอันเลวร้าย ของสงครามไปแล้วนั้นเอง ปัจจุบันเมืองแห่งนี้ยังคงเป็นท่าเรือ ที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น

รวมถึงเป็นเมืองอุตสาหกรรม ที่ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ และยังสร้างรายได้ให้กับประเทศในด้านการท่องเที่ยวอีกด้วย ที่นับว่าเป็นเมืองประวัติศาสตร์นั้นเอง

เที่ยวนางาซากิ

เที่ยวนางาซากิ นางาซากิมีความสำคัญอย่างไร?

เดิมทีเมืองแห่งนี้เป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ แต่ด้วยจากการเดินเรือของชาวโปตุเกสกลุ่มแรก ที่ถูกมรสุมทะเลพัดพามายังเกาะแห่งนี้ ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกที่ชาวตะวันตก พบเจอกับชาวญี่ปุ่นครั้งแรกนั้นเอง โดยกลุ่มสำรวจแรกที่มาพบนำโดย เฟอร์เนา เมนเดส ปินโต ได้เดินทางมาเทียบท่าใกล้ๆกับ ทาเนงาชิมะ เกาะในหมู่เกาะโอซูมิ หลังจากที่โปตุเกสได้เข้ามาติดต่อค้าขาย

และด้วยเทคโนโลยีอาวุธต่างๆ พาให้คนญี่ปุ่น ในช่วงเวลานั้นต่างตกใจกับปืน ที่ในช่วงเวลานั้นนับว่าเป็นอาวุธสมัยใหม่ ทำให้ชาวญี่ปุ่นเริ่มไว้วางใจชาวโปตุเกส และอนุญาติให้ชาวโปตุเกสได้สร้างท่าเรือไว้ สำหรับจอดเรือชาวตะวันตกที่จะเข้ามาค้าขาย

จึงทำให้นางาซากินั้นถูกเปลี่ยนเป็นเมืองท่าตั้งแต่นั้นมา และการเข้ามาของชาวตะวันตกนั้น ย่อมมีเหล่ามิชชันนารีคณะเยสุอิตจากราชอาณาจักรนาวาร์ นำโดยบาทหลวงฟรันซิสโก คาเบียร์ ได้เดินทางมาถึงทางตอนใต้ของคิวชูในปี ค.ศ. 1549

และเริ่มเผยแพร่ศาสนาคริสต์ทั่วญี่ปุ่น ทำให้ไดเมียวแต่ละแคว้นต่างๆ ได้เข้ารีดนับถือศาสนาคริสต์กันหลายคน หนึ่งในไดเมียวคนสำคัญเลยก็คือ โอมูระ ซูมิตากะ ได้รับผลประโยชน์จากการนับถือศาสนาคริสต์ โดยจะแบ่งผลประโยชน์การค้าให้นั้นเอง

ตั้งแต่นั้นมาท่าเรือแห่งนี้ได้ถูกพัฒนา และขยายจนกลายมาเป็นท่าเรือในปัจจุบัน ที่เป็นแหลมที่มีความสวยงามอีกแห่ง ของประเทศญ๊่ปุ่นและยังคงเห็นวิถีชีวิต ของคนในเมืองนี้ที่เป็นชาวประมงมาตั้งแต่อดีตนั้นเอง

นางาซากิสถานที่ท่องเที่ยวเป็นอย่างไร?

ด้วยอดีตที่เคยเป็นที่ตั้งของชาวโปตุเกส ทำให้บ้านเรือนหรือสถาปัตยกรรม ของเมืองนี้ได้รับอิทธิพลมาจากตะวันตก ผสมเข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่น จนทำให้เมืองแห่งนี้ดูแตกต่างจากที่อื่นนั้นเอง นอกจากนี้ยังเป็นเมืองประวัติศาสตร์ ที่ถูกทิ้งระเบิดปรมาณูด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ชาวญ๊่ปุ่นได้ประสบกับผลกระทบ ของภัยสงครามนั้นเอง ปัจจุบันได้เป็นอีกจังหวัดหนึ่ง

ที่เป็นไฮไลท์ของการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน สถานที่ท่องเที่ยวแรกคือ Glover Garden ( สวนโกลฟเวอร์ ) ที่แห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินฝั่งใต้ของเมืองนางาซากิ Former Glover House ( คฤหาสน์โกลฟเวอร์เก่า ) ตั้งอยู่ในสวนแห่งนี้ด้วยเช่นกัน

โดยผู้สร้างบ้านและสวนนี้คือ โกลฟเวอร์ พ่อค้าชาวสก็อตแลนด์ช่วงปลาย ศตวรรษ 19 ด้วยรูปแบบบ้านนั้นเป็นสไตล์ตะวันตก ทำให้เราเหมือนเดินอยู่ในสวนประเทศยุโรปนั้นเอง ด้วยสวนดอกไม้รวมถึงบ้านโบราณ ทำให้ที่แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียน

เป็นมรดกโลกด้วยเช่นกัน ทำให้ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยว จำนวนมากเดินทางมาชมความสวยงาม ของสวนแห่งนี้นั้นเอง นอกจากนี้ยังมี Former Ringer House ( ริ้งเกอร์เฮ้าส์ ) , Former Alt House ( อัลท์เฮ้าส์ ) เป็นคฤหาสน์เก่าแก่ของพ่อค้าชาวตะวันตก

ของคนอื่นๆที่อาศัยอยู่ในบริเวณแถบนี้ สามารถเดินชมดอกไม้และต้นไม้ ได้ตลอดทั้งปีเพราะที่แห่งนี้มี ดอกไม้ที่ผลิดอกได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งยังแต่งกายย้อนยุค ถ่ายรูปกับคฤหาสน์สุดแสนจะคลาสสิคนี้ได้ด้วยนั้นเอง

สถานที่ต่อไปคือ Nagasaki Peace Park ( สวนสันติภาพนางาซากิ อนุเสาวรีย์สันติภาพ ) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของจุดทิ้งระเบิดปรมานู โดยที่แห่งนี้้เต็มไปด้วยคำอธิฐาน ขอให้โลกมีสันติภาพตลอดไป อย่าให้เกิดสงครามความรุนแรงแบบนี้อีก

จุดเด่นของที่นี้คือรูปปั้นที่สูงกว่า 9.7 เมตร โดยทั้งมือซ้ายและมือขวา มีสัญลักษณ์ที่แตกต่างกันไป ซึ่งแปลได้ว่า มือขวาที่ชี้ขึ้นฟ้าหมายถึง ความน่ากลัวของระเบิดปรมาณู ส่วนมือซ้ายที่กางออกไปนั้นแปลว่า สันติภาพ ส่วนเปลือกตาที่ปิดลงแปลว่า

คำอธิฐานให้ผู้เสียชีวิตจากระเบิดปรมาณูไปสู่สุขคติ นอกจากนี้ยังมีน้ำพุสันติภาพ รูปวงกลมอยู่ภายในสวน เพื่อเป็นการถวายน้ำให้กับดวงวิญญาณที่เสียชีวิต จากการขาดน้ำนั้นเอง เราไปกันต่อ Huis Ten Besch ( เฮาส์ เทน บอซ ) เป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่ง

ของเมืองแห่งนี้เลยทีเดียว เพราะสวนสนุกแห่งนี้จำลอง อาคารบ้านเรือนของชาวฮอลันดา ที่ตั้งอยู่ในซาเซโบะ ภายในสวนสนุกนั้นมีความกว้างเป็นที่ 1 ของสวนสนุกในญี่ปุ่นเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังดอกไม้ 4 ฤดูให้ชมกันเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีเครื่องเล่นกว่า 44 ให้ได้เลือกเล่นกันเลย

โดยแต่ละส่วนของสวน มีการแสดงรวมถึงเปิดเพลงทั่วทุกแห่งภายในสวน ส่วนการแสดงนั้นผู้คนถึงกับมารอชมกันเลยทีเดียว ในช่วงเวลากลางคืนมีการแสดงอิลลูมิเนชั่น ทั่วพื้นที่เต็มไปด้วยไฟแสงสี ทั้งบ้านเรือนดอกไม้นั้นเต็มไปด้วยแสงสว่าง นับว่าเป็นสวนสนุกที่ให้บรรยากาศ

ครบรสเลยจริงๆ สถานที่สุดท้ายคือ Gunkan Island ( เกาะเรือรบ ) มีชื่ออย่างเป็นทางการอีกชื่อว่า เกาะฮาชิมะ ที่นี้เคยเจริญรุ่งเรืองจากการทำเหมือง ถ่านหินใต้ดิน ตั้งแต่ ค.ศ. 1870 ด้วยความรุ่งเรืองของที่นี้ ผู้คนต่างเดินทางมาแสวงโชคกันที่นี้ จนมีประชากรถึง 5,000 คนเลยทีเดียว

จนกระทั่งที่แห่งนี้ได้ปิดตัวลงในปี ค.ศ. 1974 ทำให้ที่แห่งนี้ได้กลายเป็นเมืองร้างเลยทีเดียว ปัจจุบันได้กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยว อีกแห่งที่ยอดนิยมเพราะด้วยสถาปัตยกรรม ยังคงถูกทิ้งไว้สภาพเดิม ถึงแม้กาลเวลาจะผ่านไปสิ่งก่อสร้าง มีทรุดตัวลงแต่ผู้คนก็ยังคงเดินทาง

กันมาเพื่อชมเกาะแห่งนี้ที่เคยรุ่งเรืองในอดีตนั้นเอง สถานที่ท่องเที่ยวของนางาซากิ ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ยังคงมีสถานที่ท่องเที่ยว อีกมากที่เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดนี้ ที่มีความสำคัญอีกจังหวัดหนึ่งของญี่ปุ่น

เที่ยวนางาซากิ

ปัจจุบันนางาซากิเป็นอย่างไร?

ในอดีตถึงแม้จะเป็นเมืองอุตสาหกรรม ต่อเรือขนาดใหญ่ที่ใช้ในสงคราม รวมไปถึงอุตสาหกรรมถ่านหิน จึงทำให้เมืองแห่งนี้เป็นเมืองท่าที่สำคัญ ต่อประเทศญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน โดยรากฐานทางเศรษฐกิจของที่นี้ ได้รับอิทธิพลมาจากชาวตะวันตก ที่เข้ามาตั้งรกรากกันที่นี้จนกลายมาเป็น สถานปัตยกรรมแบบตะวันตก อยู่ทั่วทั้งเมืองนั้นเองแต่แล้ว หลังจากถูกทิ้งระเบิดปรมาณูไป

บ้านเรือนต่างๆทั้งเมืองได้หายไป รวมถึงชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ มีผู้เสียชีวิตกันเป็นจำนวนมากนั้นเอง ญี่ปุ่นเองที่เป็นผู้พ่ายแพ้สงคราม ได้เร่งผลักดันประเทศจนทำให้ญี่ปุ่น กลับมาเป็นประเทศชั้นนำของโลกด้วยเช่นกัน จนมาถึงการสร้างเมืองใหม่ ให้กลายเป็นเมืองท่าที่เหมาะแกการท่องเที่ยว และการทำประมงท้องถิ่น ซึ่งเป็นวิถีชีวิตดั่งเดิมนั้นเอง

สรุปการท่องเที่ยวนางาซากิเป็นอย่างไร?

นับว่าเป็นเมืองที่ไม่เหมือน เมืองอื่นๆในญี่ปุ่นเลยทีเดียว ถ้าหากได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง จะให้ความรู้สึกเหมือนกับเดินอยู่ในยุโรปนั้นเอง เพราะด้วยบ้านเรือน รวมถึงแผนผังของเมืองแห่งนี้ เหมือนกับประเทศในยุโรปนั้นเอง จึงทำให้จังหวัดนี้ดูเป็นศูนย์กลาง วัฒนธรรมตะวันตกของญี่ปุ่น ที่เข้ามาตั้งรกรากตั้งแต่อดีตแล้วนั้นเอง ด้วยการผสมผสานกันของสองวัฒนธรรมนั้น ทำให้เมืองแห่งนี้มีสถานที่ท่องเที่ยว

อันเป็นไฮไลท์มากมายนั้นเอง นอกจากนี้ยังแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ ที่เมืองแห่งนี้หันหน้าออกไปทางทะเล รับกับบรรยากาศที่ลมทะเลโชย พัดผ่านเมืองแห่งนี้นั้นเอง หากใครที่ชื่นชอบญี่ปุ่นอยู่แล้วละก็ ไม่ควรพลาดที่จะเที่ยวจังหวัดนี้ด้วยเช่นกัน

จึงทำให้มองว่า นางาซากิ เป็นเมืองที่เกิดใหม่จากการถูกทิ้งระเบิด และยังคงเป็นเมืองที่สำคัญ ของญี่ปุ่นอยู่เช่นเดิมเพราะด้วย เป็นท่าการค้ามาตั้งแต่โบราณ ปัจจุบันก็ยังคงเป็นท่าขนส่งสินค้า ที่ถูกลำเลียงไปทั่วทั้งญี่ปุ่น เพราะด้วยลักษณะภูมิประเทศเป็นเกาะ

ทำให้การลำเลียงสินค้าต่างๆ จึงนิยมขนส่งทางเรือกันนั้นเอง ด้วยเสน่ห์ของเมืองแห่งนี้ ยังคงเป็นเมืองที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว รวมถึงผู้คนต่างๆมาสัมผัสบรรยากาศ ของเมืองแห่งนี้นั้นเอง

รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น